“ประวัติ นก โต”

ลักษณะการฟ้อนโต

ประวัติความเป็นมาของ โต นั้นบังเกิดขึ้นเมื่อ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้โปรดพระมารดาและเทวดายังชั้นสวรรค์เป็นเวลา ๓ เดือน แล้วองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เสด็จกลับมายังโลกมนุษย์ ซึ่งตรงกับวันออกพรรษา หรือวันเทโวโฬหณะนั้นเอง ชาวโลกและ บรรดาสัตว์ต่าง ๆ รวมทั้ง โต ซึ่งเป็นสัตว์ในป่าหิมพานต์ต่างก็มีความยินดี ในการเสด็จกลับมาของ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่จะได้มาโปรดสัตว์ในโลกมนุษย์ ต่างพากันรำถวายแด่ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและ ชาวไทใหญ่ ต่างก็ยึดถือเอามาเป็นการประเพณีของตน สำหรับ วัฒนธรรม ประเพณีในเทศกาลออกพรรษา ตลอดจนพิธีสำคัญอีกหลายอย่าง ในสมัยก่อนชาวบ้านนิยมเอาผ้าแพรมาทำเป็นสวยงามที่จะใช้ตกแต่งแต่บางที่บางแห่งหาผ้าแพรไม่มีทำ โต ก็ จะใช้ใบตองกล้วยมาแต่งให้เหมือนหรือคล้ายกับสัตว์ ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า โตตองกล้วย ต่อๆมาภายหลังจึงได้นำเอาผ้าหลากสีหรือผ้าหลายๆอย่าง หรือจะเป็นใยปอ ใยป่านแล้วแต่จะหามาได้ จึงนำมาทำเป็นขนโตแล้วเอาไปเล่นเป็นที่สนุกสนาน ผู้ใดที่พบเห็นการรำ โต นั้นถือว่าเป็นสิริมงคลมีโชคมีลาภแก่ตัวเอง เพราะ โต เป็น ( ภาษาไทใหญ่ ) หมายถึง ความเจริญก้าวหน้า
โต หมายถึงสัตว์ที่อาศัยอยู่ในป่าหิมะในแถบภูเขาหิมาลัย เมื่อก่อนพุทธกาลและจนถึงสมัยพระพุทธเจ้าตรัสรู้ใหม่ๆในคราวปฐมโพธิกาลแต่ต่อมาได้สูญพันธุ์ไปแล้ว โต จะมีลักษณะเหมือนตัวกวาง มีเขาอย่างกวาง ขนขาวนวล จมูกดำ ขาปล้องใต้สีดำ กลีบเท้าจะดำ ตาสีชมพูแกมแดงนิดๆ ลิ้นเป็นสีชมพู หูทั้งสองขาว เขาออกสีน้ำตาล หางขาว ความสูงเท่ากับตัวกวางทั่วไปชอบกินหญ้าและใบไม้ทั่วไป ถ้าใครได้พบเห็นจะเป็นสิริมงคลมีโชคมีลาภ เจริญรุ่งเรืองก้าวหน้า คนสมัยนั้น ที่เป็นเจ้าเป็นนาย และคนมีอันจะกินคนรวยเศรษฐีเขานิยมนำมาเลี้ยงไว้ในบ้าน เพราะถือว่ามันเป็นสัตว์มงคลมีในบ้านใครๆ ก็จะเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้า ดังนั้นชาวไทใหญ่จึงชอบและนำเอามาเป็นศิลปะของตน ตามประเพณี และวัฒนธรรม ของชาวไทใหญ่ก่อนเวลาที่จะมีการรำ โต นั้นจะมีการสอบถามเจ้าของสถานที่ และหัวหน้าคณะเล่น โต ก่อน ซึ่งการสอบถามนั้นจะเป็นคำถามและคำตอบ ที่เป็นสิริมงคล ก่อนที่จะมีการรำ โต ขึ้นประเพณีและวัฒนธรรมของชาวไทใหญ่นั้นการรำ โต นั้นจะไม่ไปแสดงในงานประเพณีต่างๆเช่น 1. งานเลี้ยงผี 2. งานแต่งงาน 3. งานศพ เพราะเขาถือว่ามันเป็นงานอวมงคล ถือมากๆเลยทีเดียว ฯ

ประวัติของ นกกิ่งก่ะร่า (กินนร - กินนารี )

ประวัติความเป็นมาของ นกกิ่งกะหร่า นั้นบังเกิดขึ้นเมื่อ องค์สมเด็จพระสัมมาสั้นพุทธเจ้าได้เสด็จไปโปรดพระมารดาและเทวดายังชั้นสวรรค์ดาวดึงส์ เป็นเวลา ๓ เดือน แล้วองค์สมเด็จพระสัมมาสั้นพุทธเจ้า ได้เสด็จกลับมายังมนุษย์ โลก ซึ่งตรงกับวันออกพรรษา หรือวันเทโวโฬหณะนั้นเอง คือวันพระเจ้าเปิดโลก คือในวันนั้นผีก็เห็นคน คนก็เห็นผี เทวดาก็เห็นคน คนก็เห็นเทวดา สัตว์นรกก็เห็นคน คนก็เห็นสัตว์นรก เพราะฉะนั้น ชาวโลกและ บรรดาสัตว์ต่าง ๆ รวมทั้ง นกกิ่งกะหร่า ซึ่งเป็นสัตว์ในป่าหิมพานต์ต่างก็มีความยินดี ในการเสด็จกลับมาของ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่จะ ได้มาโปรดสัตว์ในโลกมนุษย์ ต่างพากันรำถวายแด่ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และชาวไทใหญ่ต่างก็ยึดถือเอามาเป็นการประเพณีของตน สำหรับวัฒนธรรม

ประเพณีในเทศกาลออกพรรษา ตลอดจนถึงพิธีสำคัญอีกหลายอย่าง ในสมัยก่อนชาวบ้านนิยมเอาผ้าแพรมาทำเป็นสวยงามที่จะใช้ตกแต่งแต่บางที่บางแห่ง หาผ้าแพรไม่มีที่จะทำเป็นนกกิ่งก่ะหร่า ก็จะใช้กระดาษตัดเย็บย้อมวาดลายสีสันต่างๆ มาแต่งให้เหมือนหรือคล้ายกับสัตว์ ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า นกกิ่งก่ะหร่าผ้าหรือกระดาษวาดรูปลายสี ต่อๆมาภายหลังจึงได้นำเอาผ้าหลากสีหรือผ้าหลายๆอย่าง หรือจะเป็นผ้าอะไรก็ได้แล้วแต่จะหามาได้ จึงนำมาทำเป็นขนนกกิ่งก่ะหร่าแล้วเอาไปเล่นเป็นที่สนุกสนาน ผู้ใดที่พบเห็นการรำ นกกิ่งก่ะหร่า นั้นถือว่าเป็นสิริมงคลมีโชคมีลาภแก่ตัวเอง เพราะ นกกิ่งก่ะหร่า เป็น สัตว์มงคลประเภทหนึ่ง หมายถึงเมื่อเอามาเล่นหรือได้พบเห็นก็ย่อมมี ความเจริญก้าวหน้า

นกกิ่งก่ะหร่า หมายถึงสัตว์ที่อาศัยอยู่ในป่าหิมะในแถบภูเขาหิมาลัย เมื่อก่อนพุทธกาลและจนถึงสมัยพระพุทธเจ้าตรัสรู้ใหม่ๆ ในคราวปฐมโพธิกาลแต่ต่อมาได้สูญพันธุ์ไปแล้ว นกกิ่งก่ะหร่า จะมีลักษณะเหมือนตัวนกยุง มีหน้าเป็นคน ขนเขียวสีนวลระยิบระยับสวยงามมาก มีขาแบบนกสีแดงชมพู ตาสีชมพูแก้มแดงนิดๆ ลิ้นเป็นสีชมพูเหมือนคน หูทั้งสองเหมือนคน ความสูงเท่ากับมนุษย์หรือคนทั่วไปชอบกินผลไม้ทั้งหลายและทั่วไป ถ้าใครได้พบเห็น จะเป็นสิริมงคลมีโชคมีลาภ เจริญรุ่งเรืองก้าวหน้า คนสมัยนั้น เป็นเจ้าเป็นนาย และคนมีอันจะกินคนรวยเศรษฐีเขานิยมนำเลี้ยงไว้ในบ้าน เพราะถือว่ามันเป็นสัตว์มงคลมีในบ้านใคร ก็จะเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้า ดังนั้นชาวไทใหญ่จึงชอบและ นำเอามาเป็นศิลปะของตน ตามประเพณี และวัฒนธรรม ของชาวไทใหญ่ก่อนเวลาที่จะมีการรำ นกกิ่งกะหร่า นั้นจะมีการสอบถามเจ้าของสถานที่ และหัวหน้าคณะ การเล่นนกกิ่งก่ะหร่าก่อน ซึ่งการสอบถามนั้นจะเป็นคำถามและคำตอบ ที่เป็นสิริมงคล ก่อนที่จะมีการรำ นกกิ่งก่ะหร่า ขึ้น ประเพณีและวัฒนธรรมของชาวไทใหญ่นั้นการรำ นกกิ่งกะหร่านั้นก็ จะไม่ไปแสดง ในงานประเพณีต่าง ๆเช่น 1. งานเลี้ยงผี 2. งานแต่งงาน 3.งานศพ เพราะเขาถือว่ามันเป็นงานอวมงคล ถือมากๆเลยทีเดียว ฯ

เพราะฉะนั้น โตและนกกิ่งก่ะหร่าเป็นศิลปะวัฒนะธรรมของคนชาวไทใหญ่ เท่านั้น ไม่มีชาติไหนในโลกนี้ ที่มีศิลปะอย่างนี้ จะมีก็เรียนแบบ ศิลปะไทใหญ่เท่านั้น ศิลปะ โต และนกกิ่งก่ะหร่า อย่างนี้ ไทใหญ่มีมาตั้ง ๒๕๕๐ ปีแล้ว ปัจจุบัน พ.ศ. ๒๕๕๑ แล้ว และศิลปะการแสดง นก โต ของวัดป่าเป้านี้ ถือว่าเป็นการแสดงแบบเป็นตัวอย่างที่ได้รับความนิยมจากทุกๆที่อีกด้วย วัดป่าเป้า
 

เว็บไซท์นี่เป็นทรัพย์สมบัติของ วัดป่าเป้า

Copyright © 2015 Wat Pa Pao. All Rights Reserved.

Contact us :webmaster@watpapao.org

Phone: (053-418-046)